เบื้องหลังตัวละครสุดน่ารักแต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์อย่าง “Crybaby” ก็คือ Mod Nisa Srikamdee หรือที่ใครๆ ก็รู้จักในชื่อ “มอลลี่” ศิลปินและนักออกแบบชาวไทยที่ใช้ศิลปะในการถ่ายทอดอารมณ์ที่หลายคนมักหลีกเลี่ยง นั่นก็คือความเศร้าและน้ำตา
น้ำตาของ Crybaby ไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการออกแบบเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่เล็กๆ ที่ปลอดภัยที่บอกว่า "การร้องไห้เป็นเรื่องปกติ" และไม่ควรซ่อนอยู่หลังรอยยิ้ม
ด้วยเหตุนี้ มอลลี่จึงนิยามคำว่า "ขี้แย" ว่าไม่ใช่ "มนุษย์" แต่เป็นอารมณ์ความรู้สึก — เป็นสิ่งที่อยู่ภายใน ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก ขี้แยไม่มีเพศ และสามารถเป็นอะไรก็ได้
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย มอลลี่มักจะวาดตัวละครที่มีน้ำตา เธอสร้างผลงาน “Rabbit Cry” กระต่ายร้องไห้ที่มีจุดเด่นเหมือนกับ Crybaby นั่นคือหยดน้ำตาขนาดใหญ่ หลังจากเรียนจบ เธอทำงานเป็นนักออกแบบกราฟิก มีรายได้ 19,000 บาท จุดเปลี่ยนมาถึงในเช้าวันหนึ่ง เมื่อเธอตื่นขึ้นมาและถามตัวเองว่า “ทำไมฉันถึงไม่ได้ทำในสิ่งที่ฉันหลงใหลจริงๆ” วันนั้น เธอลงมือทำโดยไม่มีแบบร่าง ไม่มีแผน มีเพียงความรู้สึกดิบๆ และความบ้าคลั่งในการสร้างสรรค์ที่ทำให้เธอทำงานจนถึงตี 2 หรือตี 3 ทุกคืน เป็นเวลาสองเดือนติดต่อกัน
ผลลัพธ์ที่ได้คือ Crybaby ผลงานที่โด่งดังไปทั่วโลก มอลลี่กลายเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ฟิกเกอร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง POP MART ส่งผลให้ Crybaby กลายเป็นตัวละครสุดโปรดของแฟนๆ ทั่วเอเชีย
แต่เหนือชื่อเสียง มอลลี่เพียงหวังว่า Crybaby จะเป็นเหมือนเพื่อนที่ร้องไห้ไปกับเราในวันที่เศร้าโศก พลังอันอ่อนโยนที่ไม่เคยตัดสินอารมณ์ของใคร และจะคงอยู่ในใจผู้คนไปอีกนาน
ที่มา: Ellethailand, The Standard
ภาพถ่าย: Tatler Asia, Pop Mart






